Showing posts with label การทำงาน. Show all posts
Showing posts with label การทำงาน. Show all posts

Sunday, December 2, 2012

ลูกรัก...จงอย่าเปลี่ยนเส้นทางที่เลือกแล้วไปง่ายๆ


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกท่าน

ฉันหายไปนาน ต้องขอโทษด้วย ก็ชีวิตมันยังไม่สิ้นก็เลยต้องบากบั่นกัดฟันไปเรื่อยๆ นะคะ งานรุมเร้าเลยไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อกคุยกับทุกท่าน

วันนี้งานเสร็จก็เลยรีบเข้ามา เพราะอยากมาคุยเรื่องการเลือกเส้นทางก้าวเดินไปในโลกของเด็กๆ โดยเฉพาะลูกๆ ของเราค่ะ... อยากคุยเรื่องนี้มาหลายเพลาแล้วค่ะ เพิ่งได้ฤกษ์ดีวันนี้เอง...

.....

ฉันนั้นมีความคิดเห็นหนึ่งที่สรุปขึ้นมาจากการสังเกตว่า

ในทุกวันนี้ / คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูก ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน ตั้งแต่เล็กจนโตเลยนะคะ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องให้ความสนใจตลอดก็คือ การให้ความเอาใจใส่กับเส้นทางที่ลูกของเราจะเลือกก้าวเดินไปในอนาคตค่ะ

...หลายคนหรือทุกคนน่าจะคิดเหมือนๆ กันอยู่แล้วนะคะ

และอยากจะบอกด้วยซ้ำว่า เรื่องนี้ต้องให้ความสนใจอย่างจริงจังกันตั้งแต่เล็กเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะโลกเราสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว...

เมื่อก่อนเป็นไงคะ...

“เมื่อก่อน” ในที่นี้ น่าจะหมายถึงราวๆ ยุค ทศวรรษ 60 – 80 (1960s-1980) ก็นานมาแล้วเหมือนกัน...

บางท่านอาจจะพูดได้ว่าเป็นรุ่นที่คุณยายคุณตายังหนุ่มสาวกัน นั่นแหละใช้แล้วนะคะ ยุคนั้นยังไม่มีใครมองเห็นอะไรๆ ชัดเจนนัก ...เลือกเรียนอะไรไปก็ยังไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร และก็มักจบลงด้วยการไปทำงานที่ไม่ค่อยตรงกับที่เรียนมาเท่าไหร่ ที่มีชัดหน่อยก็เห็นจะเป็นพวกแพทย์ กับวิศวกร ทนายความ และก็พวกครูบางส่วนเท่านั้น... ยุคนี้เค้าเรียกว่า ยุค “เบบี้บูมเมอร์” เศรษฐกิจเจริญเติบโต ต้องการแรงงานพนักงานเข้าทำงานแบบไม่อั้น ไม่รู้ก็ไปฝึกเอาๆๆ เป็นอันใช้ได้

....

เดี๋ยวนี้ฉันว่ามันไม่เป็นแบบนั้นแล้วมันเปลี่ยนไปมากๆ เลย ทุกท่านคงเห็นด้วยในประเด็นนี้

อาจจะเนื่องด้วยโลกได้เข้าสู่ยุคข่าวสารและเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ความรู้ต่างๆ แพร่กระจายไปได้กว้างขวางรวดเร็วชั่วพริบตา ผู้ที่มีทักษะการใช้เทคโนโลยีและมีฐานความรู้ที่ดี ก็สามารถดักรับรู้ข่าวสารและแสวงหาความรู้ได้เก่ง ดี เร็ว และก็จะมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และค้นพบตัวเองได้เร็วว่าตัวเองชอบอยากทำอะไรที่ไหนอย่างไร

การมีสำนึกและสามารถค้นพบตัวเองของลูกๆ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก... แต่ที่แน่นอนที่สุด พ่อแม่หรือบ้านและโรงเรียนย่อมต้องมีบทบาทสำคัญอย่างมากในเรื่องนี้

เพราะเราจะเห็นว่า เด็กๆ ก็มักจะอยากเป็นโน่นเป็นนี่ ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามข้อมูล / ประสบการณ์ที่ตัวเค้าได้พบได้เห็นและมีความประทับใจ

ดังนั้น การค้นพบตัวเองของลูกๆ นั้น มิได้หมายความว่า คือเรื่องที่พวกเค้าค้นพบของเค้าเองโดยธรรมชาติเอง หรือเรื่องที่ว่า พ่อแม่หรือคนอื่นๆ จะบังคับหรือยัดเยียดให้เค้าเป็นนั่นเป็นนี่ได้แบบง่ายๆ อย่างนั้นนะคะ

.....

จะพูดไป มันก็คือศิลปะของการดูแลเลี้ยงดูเด็กอย่างหนึ่ง ที่เป็นบทบาททั้งของพ่อแม่ผู้ปกครองและของโรงเรียนเป็นสำคัญ และก็เป็นสิ่งที่มาจากความปรารถนาที่จะได้เป็นนั่นนี่ของเด็กที่สอดคล้องกันไปด้วยกันค่ะ

ดังนั้น เราไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปบงการให้เด็กๆ โตขึ้นจงเป็นโน่นเป็นนี่ เรามีแต่ต้องเปิดกว้างให้เค้าได้เลือกสิ่งที่เค้าได้แรงบันดาลใจอยากเป็น และให้เค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องว่า สิ่งที่เค้าอยากเป็นนั้นคืออะไร มีสถานภาพอย่างไร อยู่ตรงส่วนไหนขององคาพยพใหญ่ของสังคมทั้งหมด และมองไปจนถึงอนาคตว่ามันจะเป็นไปอย่างไร

หากเด็กมีความเข้าใจสิ่งที่เค้าใฝ่ฝันอยากเป็น และมุ่งหน้าก้าวเดินไปบนเส้นทางเหล่านั้นได้เร็ว เค้าก็จะไม่ต้องไปเสียเวลากับการลองคิดผิดคิดถูก ใช่ไม่ใช่ เปลี่ยนใหม่ดีกว่า... ซึ่งสำหรับยุคสมัยนี้ มันก็คือต้องเสียเวลาไป และก้าวไม่ทันคนอื่น ที่เค้าชัดเจนมาแบบสายตรงไม่คดเคี้ยวเลี้ยวไปมาๆ

...

ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปจริงๆ ค่ะ

ยุคนี้ไม่มีเวลาให้ลองผิดลองถูกมากนัก เด็กๆ ทุกคนเหมือนต้องฝึกฝนตนเองเป็น “มือโปร” มาตั้งแต่วัยเรียน พอเรียนจบก็เข้าสู่โลกของการทำงานแบบมืออาชีพกันเลยค่ะ

นั่นจึงเป็นที่มาของหัวเรื่องที่อยากจะบอกเด็กๆ ทั้งหลายว่า...

...ลูกเอ๋ย... จงอย่าเปลี่ยนเส้นทาง / ให้เล็งแม่นๆ แล้วมุ่งหน้าไปโดยเร็ว จงยึดโยงอยู่ในเส้นทางที่เราเลือกและมีความรู้เกี่ยวกับมันมากที่สุด...

ยุคนี้คือยุคสังคมความรู้ จงเลือกทำในสิ่งที่เรามีความรู้มากที่สุด ดีที่สุดแล้วจ้ะ.../
โชคดี แล้วพบกันใหม่นะคะ / สวัสดีค่ะ